ความหวาดกลัวรังสีหลอกหลอนผู้ซื้ออาหารในประเทศญี่ปุ่น

รังสีในประเทศญี่ปุ่น
สำหรับนักช้อปชาวญี่ปุ่น ความปลอดภัยของอาหารแพร่ขยายเข้ามาในชีวิตหลังจากเกิดวิกฤตในฟุกุชิมะ ซึ่งความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลในตอนนี้ได้หายไปและความกลัวที่ว่าการแผ่รังสีอาจปนเปื้อนอยู่ในอาหารของพวกเขา

โรงงานนิวเคลียร์ที่ได้รับความเสียหายหลังจากถูกสึนามิโจมตีเมื่อปีที่ผ่านมาส่งอนุภาคกัมมันตรังสีที่เป็นพิษกระจ่ายสู่อากาศแหล่งน้ำและปกคลุมพืชผักต่างๆที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้าและยังรวมถึงมลพิษจากน้ำทะเลอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์หลากหลายรายการจากฟุกุชิมะถูกนำออกจากเมนูอย่างเป็นทางการ โดยทางรัฐบาลสั่งแบนเนื้อวัว,นม,เห็ดและพืชผักสีเขียวบางชนิดแต่ผู้บริโภคก็ยังมีความมั่นใจจากการใช้มาตรการเริ่มกำจัดผลผลิตที่มาจากทุกๆที่ที่อยู่ใกล้บริเวณที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

ในทันทีหลังเกิดวิกฤตินิวเคลียร์ โตเกียวประกาศ โตเกียวประกาศได้เพิ่มระดับของรังสีที่ได้รับอนุญาตในอาหารโดยปัจจัยทั้งห้า นั่นหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ถูกสั่งห้ามก่อนหน้านี้จะถูกนำกลับมาอีกครั้ง

ข้าวที่ใช้เวลาปลูกระยะสั้นจากโรงงานถูกประกาศว่าปลอดภัยหลังจากการสุ่มตัวอย่างแต่ภายหลังการทดสอบพบว่ามีระดับรังสีที่สูงกว่าข้อจำกัดอันใหม่ และเพื่อตอบสนองต่อความกดดันของประชาชน โตเกียวจึงกล่าวว่าตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป อาหารที่มีการปนเปื้อนรังสีเกินกว่า 100 becquerels ต่อกิโลกรัมซึ่งลดลงจาก 500 ในปัจจุบันจะไม่อนุญาตให้ขายอีกต่อไป

สำหรับประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการเกษตรและการประมงของญี่ปุ่น การขาดความไว้วางใจของประชาชนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในบ้านเพราะมันยังส่งผลกระทบต่อสิ่งที่พวกเขาสามารถขายในต่างประเทศอีกด้วย

การส่งออกสินค้าเกษตรของญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนบ้านในเอเชียที่ให้ผลตอบแทนกับความปลอดภัยนั้นลดลงจากปีก่อน 7.4% ในปี 2554 ขณะที่การส่งออกของผลิตภัณฑ์ทางทะเลลดลง 10.9%

แปดประเทศรวมทั้งจีนและเกาหลีใต้ยังคงปิดกั้นการนำเข้าพืชผักที่ผลิตในหลายส่วนทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น การเสี่ยงเพื่อเรียกคืนความไว้วางใจผู้บริโภคให้กลับคืนมาได้นั้น อิออน ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นได้ตัดสินใจที่จะไม่สนใจแนวทางของรัฐบาลและดำเนินการทดสอบด้วยตัวเองเกี่ยวกับอาหารที่สามารถขายได้

แชร์บทความนี้:

 
Copyright © ข่าวญี่ปุ่น. Designed by KINGRPG